application server

มาทำความรู้จักกับ application server

การทำงานของเซิร์ฟเวอร์นั้นถือว่ามีความซับซ้อนอยู่มากพอสมควร จึงจำเป็นต้องใช้เซิร์ฟเวอร์แอ็พพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานโดยเฉพาะ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างฐานข้อมูลในระบบ กับผู้ที่ต้องการเข้าถึงข้อมูล เช่น ลูกค้า พนักงาน และเจ้าหน้าที่ดูแลระบบ ในแต่ละรุ่นจะมีความปลอดภัยและรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะหน้าต่างควบคุมของตนเอง สำหรับเซิร์ฟเวอร์ควรมีคุณสมบัติพื้นฐานดังนี้เช่น สามารถดูแลระบบตนเองได้อัตโนมัติ อย่างการบริหารการทรัพยกรภายในระบบ รวมถึงจัดการเรื่องความปลอดภัย ในส่วนของตัวที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาอีกจะมีคุณสมบัติพิเศษ และความสามารถเพิ่มขึ้น เช่นระบบจัดกลุ่มข้อมูล การควบคุมปริมาณการรับส่งข้อมูล และระบบอื่นๆ อีกมากมายเพื่อช่วยให้การบริหารจัดการเซิร์ฟเวอร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเซิร์ฟเวอร์แอ็พพลิเคชันอันเป็นที่นิยมใช้ในเครื่องทั่วๆ ที่ได้รับความน่าเชื่อถือจากนาๆ ชาติ ได้แก่ J2EE Glassfish JBoss Apache Tomcat และ Apache Geronimo ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ประโยชน์ของการใช้งานเซิร์ฟเวอร์แอ็พพลิเคชันนั้น จะช่วยให้เราสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล หรือเซิร์ฟเวอร์ได้ อย่างเช่นการเชื่อมต่อเว็บเซิร์ฟเวอร์ มันช่วยให้เราเข้าไปควบคุมบริหารจัดการคำสั่งภายนระบบได้ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดตข้อมูล หรืออัพเกรดระบบ และความโดดเด่นอีกเรื่องของมันคือความยืดหยุ่นในการใช้งาน ที่รองรับการเชื่อมจำนวนมากได้ในเวลาเดียวกัน นั่นหมายความว่าผู้ดูแลสามารถรองรับจำนวนผู้เชื่อมต่อได้มากขึ้นโดยไม่ต้องไปยุ่งในส่วนของฮาร์ดแวร์เลย ส่วนต่อมาคือความปลอดภัยระดับสูง ที่เราสามารถควบคุม และจัดการได้ตลอดเวลา ช่วยป้องกันการโจมตีจากโลกภายนอกโดยเฉพาะ SQL injection attack โดยมีชั้นการเข้าถึงข้อมูลที่แยกออกจากกัน ซึ่งการรักษาความปลอดภัยจะได้รับการปรับปรุงตลอดเวลาผ่านการเฝ้าจับตาดูของระบบ โดยการรวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้นในตอนนั้นมาประมวลผลประกอบการตัดสินใจ และระงับสิทธิการเชื่อมต่อนั้นชั่วคราว ก่อนที่จะแจ้งไปยังผู้ดูแลระบบให้ตรวจสอบอีกครึ้งหนึ่ง…

server business

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเทคนิคการเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะสมกับธุรกิจ

ในยุคสมัยปัจจุบันที่โลกหมุนไปตามการเคลื่อนไหวของเครือข่ายอื่นเตอร์เน็ต ทุกธุรกิจสามารถเชื่อมต่อสื่อสารถึงกันได้โดยไม่ต้องเดินทางไกลเหมือนในอดีต ด้วยการเชื่อมต่อในระดับธรุกิจมีข้อมูลมหาศาลจากผู้ใช้ และลูกค้าไหลเข้ามามากมาย ถ้าจะเอาคอมพิวเตอร์บ้านๆ มารองรับปริมาณข้อมูลมหาศาลแบบนี้ คงจะต้องล้มเหลวแน่นอน จึงเป็นหน้าที่ของ Server Machine ที่จะเป็นตัวรองรับภาระอันหนักหน่วงนี้ไปแทน แต่จะเลือกยังไงนั้นคงเป็นปัญหาหลักของเราในวันนี้ ในตลาดมีชนิดและแบรนด์ผู้จำหน่ายเครื่องเซิร์ฟเวอร์มากมาย และชนิดแตกต่างกันออกไป เราต้องทำการเข้าใจการทำงานของมันก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อจะได้นำมาปรับใช้งานกับองค์กรหรือบริษัทของตนเอง สิ่งแรกที่เราจะต้องตัดสินใจกัน คือเราจะใช้เครื่องที่ทำงานในสภาวะแบบไหน เช่นการวางเครื่องเซิร์ฟเวอร์ในบริษัทโดยตรง หรือจะเป็นแบบ clouds-based ที่เป็นเซิร์ฟเวอร์เสมือนบนอินเตอร์เน็ต เจ้าใหญ่ๆ ในตลาดวงการข้อมูลโลกที่จำหน่ายเครื่องเซิร์ฟเวอร์ก็มี Dell IBM HP และ Oracle ที่เป็นชนิดเครื่องรองรับธุรกิจขนาดเล็ก จนถึงขนาดใหญ่ การจะจับคู่เครื่องเหล่านี้ได้จำเป็นต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ทั้งหมด 5 ข้อเสียก่อนโดยมีอะไรบ้างนั้นดูได้ตามด้านล่าง 5 คำถามสำคัญสำหรับการเลือกซื้อเซิร์ฟเวอร์ 1.คุณกำลังจะซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์มาใช้สำหรับการรับส่งไฟล์งาน และเก็บข้อมูลใช่หรือไม่ 2.เซิร์ฟเวอร์คุณจะต้องเปิดบริการอีเมล์สำหรับองค์กรหรือไม่ 3.คนงานของคุณจำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์จากทางไกลไหม 4.จำเป็นต้องมีระบบสำรองข้อมูลหรือไม่ 5.คุณมีพื่นที่สำหรับวางเครื่องเซิร์ฟเวอร์ใหญ่แค่ไหน การตอบคำถามเหล่านี้จะช่วยระบุได้ว่าเซิร์ฟเวอร์ที่คุณต้องการนั้นจะต้องใช้ชนิดใด อย่างเช่นในบางรุ่นจะมีความโดดเด่นเฉพาะเจาะจงในเรื่องการรับส่งข้อมูลมหาศาล รวมถึงระบบสำรองข้อมูลในตัว ลองเขียนความต้องการใช้เป็นรายการเป็นใช้เป็นแผนที่ประกอบการตัดสินใจ เพื่อจะได้เลือกซื้อให้เหมาะสมกับลักษณะความต้องการทางธุรกิจของตน พยายามเลือกซื้อให้เหมาะสมกับขนาดของธุรกิจ           การซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์ราคาแพงอาจไม่ใช่ผลดีเสมอไป นอกจากมันจะมีคุณสมบัติที่เยอะแยะและอาจจะไม่ได้ใช้จนเสียเปล่าประโยชน์ ยังมีค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาที่แพงกว่าทั่วๆ ไป ดังนั้นเลือกควรซื้อในราคาที่เหมาะสม และมีเฉพาะคุณสมบัติที่เราต้องการจึงเป็นการดีที่สุด…